นีฟ แคมป์เบลล์ ย้อนความหลังสามสิบปีกับแฟรนไชส์ Scream กับเหตุผลที่ทำให้หนังภาคแรกกลายมาเป็นตำนาน
ในขณะที่แฟรนไชส์ Scream กำลังก้าวสู่การครบรอบสามสิบปี ก็ได้มีบทสัมภาษณ์ที่น่าสนใจออกมาจาก นีฟ แคมป์เบลล์ หนึ่งในนักแสดงนำจากภาพยนตร์ภาคต้นฉบับ และยังมีบทบาทในภาพยนตร์ภาคต่อ ๆ มา อีกเกือบทุกเรื่อง โดยบทสัมภาษณ์ดังกล่าวของเธอกับทาง เกมส์เรดาร์พลัส เกี่ยวข้องกับเรื่องราวตลอดสามสิบปีที่ผ่านมาของฆาตกรภายใต้หน้ากาก และเหตุผลที่มันยังเดินหน้าต่อไปได้แม้ผ่านมาแล้วหลายยุคสมัย
“เอาล่ะ ย้อนกลับไปยังปี 96 ฉันคิดว่าตอนนั้นมันมีความง่วงซึมในหมู่หนังสยองขวัญ มันไม่มีอะไรถูกสร้างขึ้นมามากนัก ฉันคิดว่าผู้คนกำลังเบื่อมัน ฉันคิดว่าพวกมันอยู่ในแนวทางเดียวกัน”
“และ Scream ก็ผ่านเข้ามา และ เควิน ก็เขียนบทอันหลักแหลมที่มีความใหม่ ทำนองว่าเป็นบทแหวกแนวที่วิพากษ์วิจารณ์แนวหนังของมันเอง”
โดย Scream (1996) หรือ หวีดสุดขีด เข้าฉายในโรงภาพยนตร์พร้อมกับเสียงตอบรับทางด้านบวกมากมาย ด้วยการผสมผสานระหว่างความสยองขวัญ, ความตลก และปริศนาว่าใครกันแน่คือฆาตกร ซึ่งเป็นแนวทางที่ในตอนนั้น แทบจะไม่เคยถูกนำเสนออย่างจริงจังมาก่อน ทำให้มันทำรายได้ในบ็อกซ์ออฟฟิศไปได้ถึง $173 ล้านเหรียญ จากทุกสร้างเพียงแค่ $14 ล้านเหรียญ
.jpg)
ส่วนเหตุผลที่ว่า ทำไมแฟรนไชส์ถึงมีอายุยาวนานได้ถึงขนาดนี้ นักแสดงหญิงชาวอเมริกันเชื่อว่า เป็นเพราะแฟรนไชส์เองก็ได้ปรับตัวตามยุคสมัยอยู่เรื่อย ๆ
“ฉันคิดว่าพวกเราพยายาม ตลอดช่วงเวลาปี ในหนังแต่ละเรื่อง เพื่อที่จะให้หนังของพวกเราหรือบทหนังของพวกเราไปแตะจิตวิญญาณแห่งยุคสมัยของตอนนั้น ดังนั้นใครก็ตามที่ใช้ชีวิตอยู่ในช่วงเวลานั้น หรือต้องการที่จะดูหนังในช่วงเวลานั้น จะรู้สึกว่ามันมีบางส่วนของชีวิตของพวกเขากำลังถูกถ่ายทอดอยู่”
แคมป์เบลล์ กำลังจะกลับมานำแสดงในภาพยนตร์แฟรนไชส์นี้เป็นครั้งที่หก กับภาพยนตร์เรื่องที่เจ็ดที่มีชื่อว่า Scream 7 หรือ หวีดสุดขีด 7 (2026) ร่วมกับ คอร์ทนี่ย์ ค็อกซ์ สมทบด้วย เมสัน กู๊ดดิ้ง, แจสมิน ซาวอย บราวน์, เดวิด อาร์เคว็ตต์, แมทธิว ลิลาร์ด และ สก็อตต์ โฟลีย์
Scream 7 หรือ หวีดสุดขีด 7 มีกำหนดการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2026

สำหรับแฟนหนังเมเจอร์ ห้ามพลาดกับบัตรดูหนังสุดคุ้ม M PASS ที่จะทำให้คุณคุ้มเต็มอิ่มกับการดูหนังตลอดทั้งปี เตรียมไปมันส์กับกองทัพหนังดังมากมาย สมัครง่ายๆเพียงแค่คลิก ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก Total Film