HIGHLIGHT CONTENT

รู้หรือไม่? The Meg 2 The Trench ใช้สถานที่ในประเทศไทยในการถ่ายทำ

  • 5,106
  • 27 ก.ค. 2023

รู้หรือไม่? The Meg 2 The Trench ใช้สถานที่ในประเทศไทยในการถ่ายทำ

 

 

  • “Meg 2: The Trench” ถ่ายทำฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิปี 2022 ที่ Warner Bros. Studios Leavesden และใช้สถานที่ในประเทศไทย

 

  • ผู้ออกแบบฉาก คริส โลว์ เล่าว่า “สำหรับการออกแบบฉากมีการพูดว่า 'เราไม่ได้สร้างภาพยนตร์สารคดี แต่เป็นภาพยนตร์ทั่วไป’ เราพาทุกคนออกจากชีวิตจำเจในทุกวัน พาพวกเขาไปอยู่ในธรรมชาติที่น่าตื่นตา เดินวนรอบห้องแล็บ และระหว่างที่พวกเขากำลังอยู่ในสถานที่อันน่าทึ่งนี้ ตามหลักของภาพยนตร์จะดูเหมือนพวกเขาไม่ได้ตื่นเต้นขนาดนั้น นั่นเป็นหน้าที่ของแผนกศิลป์ ที่จะต้องเทียบให้เห็นความสมจริง ทำให้ผู้ชมรู้สึกได้ว่าเป็นเรื่องจริง เรามีฉลามขนาด 65 ฟุตที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เราเล่นกับความเชื่อของมนุษย์ ซึ่งนั่นเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องสร้างเม็กตัวนั้นให้สมบูรณ์แบบ”

 

 

  • สำหรับการสร้างสถาบันจาง โลว์ได้ร่วมงานกับวีทลีย์ในการหาข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรและห้องทดลอง สังเกตโลกแห่งความจริงเพื่อหาแรงบันดาลใจ

    • สำหรับสถานที่ โลว์เริ่มจากภาพชายหาดที่งดงามในเมดิเตอเรเนียน Voidokilia Beach ตั้งชื่อตาม  Omega Beach เพราะคล้ายกับตัวอักษรโอเมก้าของกรีก

    • สำหรับสถาบัน ทีมออกแบบสังเกตจาก London Aquatics Centre และปรับเปลี่ยนให้เป็น “การออกแบบกระเบนแมนต้า” สะท้อนถึงวัฒนธรรมของสถาบัน ผลลัพธ์ที่ได้คือ “ทางเข้าออกจะแคบ เพื่อเป็นตัวดักวิจัยเม็ก ไฮชิ ในอ่าวธรรมชาติ” โลว์กล่าว 

    • เทคโนโลยีต่างๆ ในโลกของภาพยนตร์ ผู้สร้างเน้นให้ภาพรวมดู “เงามันวาว” โดยได้แรงบันดาลใจจากนักลงทุนด้านเทคโนโลยี อีลอน มัสก์

    • สำหรับบรรยากาศด้านใน โลว์เล่าว่า “ด้านบนสถาบันตั้งชื่อตามเขา จิวมิง จาง ผู้ออกแบบ และผมอยากให้มีการสะท้อนถึงน้ำ พระอาทิตย์ และทะเล แม้แต่กำแพงก็มีลวดลายคล้ายสัตว์เลื้อยคลาน แต่ก็มีจอภาษาจีนด้วย ทุกอย่างมีการสื่อถึงบรรยากาศตะวันออก”

    • สำหรับเรือดำน้ำลึกในทะเล Dive One และ Dive Two การออกแบบของทีมงานคือเหมือน  “เบนท์ลีย์รวมกับเจซีบี” สะท้อนถึงโลก 2 ใบที่มารวมกัน แบรนด์หนึ่งเป็นพาหนะสุดหรูและอีกแบรนด์เป็นอุปกรณ์ด้านการก่อสร้าง (JCB มาจาก Joseph Cyril Bamford ผู้เริ่มธุรกิจโดยใช้ส่วนที่เหลือจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี 1945)

    • สำหรับชุดดำน้ำ คอนเซ็ปต์มาจากผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย ลินด์เซย์ พิวห์ ผู้เคยร่วมงานกับผู้กำกับฯ วีทลีย์ และ ปิแอร์ โบฮานนา ผู้ออกแบบเอ็ฟเฟ็กต์พิเศษให้เสื้อผ้า ทีมงานของพวกเขาเป็นผู้ผลิตชุดต่างๆ โดยชุดจะรวมถึงเอ็กโซสูท (พลังที่ดันนักดำน้ำผ่านกระแสน้ำได้) ด้านล่างชุด (ป้องกันร่างกายจากความลึก) หมวกและเครื่องช่วยหายใจ  (พัฒนาร่วมกับ เดฟ ชอว์ ผู้ประสานงานด้านการดำน้ำและเดินเรือ) ทีมงานผลิตชุดขึ้นมา 25 ชุด โดยแต่ละชุดมีชิ้นส่วนมากกว่า 200 ชิ้น

 

 

  • พิวห์เล่าว่า “นั่นเป็นชุดที่เหมาะสมแล้ว เสื้อผ้าชุดอื่นจะผลิตขึ้นมาหรือไม่ก็ซื้อมา สะท้อนให้เห็นความเป็นธรรมชาติชัดเจนมาก ต้องสื่อให้เห็นว่าเป็นเพียงคนธรรมดาที่ทำสิ่งยิ่งใหญ่ แต่อันที่จริงนี่เป็นชุดที่ไม่ธรรมดาเลย ผลิตขึ้นมาระหว่างการถ่ายทำหนัง ต้องใช้ชิ้นส่วนพิเศษ ฉะนั้นทุกส่วนจึงออกแบบและวางแผนขึ้นมาจากศูนย์”

 

  • โบฮานนาเล่าต่อว่า “นั่นไม่ใช่ชิ้นส่วนเสื้อผ้าคลาสสิคในการผลิตเลย มีชิ้นส่วนทางวิศวกรรมและสิ่งที่คิดขึ้นมา ต่างจากภาพที่เราคิดถึงเสื้อผ้าธรรมดาเอาไว้เลย”

 

  • สำหรับการย้ายเสื้อผ้าให้ง่ายขึ้นระหว่างการถ่ายทำ มีการผลิตระบบแขวนเสื้อขึ้นมาเพื่อให้ชุดตั้งตรงระหว่างที่นักแสดงต้องแสดงในชุดนั้น

    • สำหรับ Mana One Dive Centre สิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่ผลิตเหนือแทงค์น้ำด้านนอกที่ Warner Bros. Studios Leavesden พร้อมด้วยทางเดินเท้าลอย 30 ฟีตเหนือผิวน้ำ

 

 

  • สำหรับ Club Paradise ที่มีผู้คนมากมายมาพักผ่อนบนเกาะมหาสนุก ผู้สร้างภาพยนตร์ได้ตกแต่งท่าเรือ  South Seas (ที่จะกลายเป็นฝันร้าย) ที่ภูเก็ต ประเทศไทยบนหาดพาราไดซ์ ที่แห่งนั้นมีการปิดตัวลง 2 ปีจากโรคระบาด ทีมงานสามารถใช้หาดทรายบริเวณตื้นและอ่าวเล็กๆ เป็นฉากหลังว่าง และมีการสร้างท่าเทียบเรือยาว 200 เมตรลงทะเล

    • ตัวละครโคโค่ เจ้าสาวจาก “The Meg” ตอนนี้กลายเป็นผู้ดูแลโซเชียลของ Club Paradise บน Fun Island และเธอพาเจ้าหมาพิปพินตัวโปรดของแฟนๆ มาด้วย

 

  • ผู้กำกับภาพ แฮริส แซมบาร์ลูคัส ที่วีทลีย์เรียกว่า “เป็นนักเซิร์ฟบอร์ดที่ช่างสังเกต เหมือนเป็นลูกครึ่งปลา” ใช้อุปกรณ์พิเศษของกล้องที่เรียกว่าเมกะโดม เลนส์ปกติที่ใส่น้ำลงไปทำให้ขนาดของวัตถุผิดเพี้ยน (มนุษย์จะดูตัวใหญ่ขึ้นเมื่ออยู่ใต้น้ำ) แต่เมกะโดมทำให้ขนาดเท่ากันได้ การถ่ายทำสตาแธมดำน้ำในทะเลจึงดูมีขนาดเดียวกับเวลาอยู่บนบก

 

 

  • ฉากผาดโผนที่น่าทึ่งมาจากผู้ควบคุมการแสดงผาดโผน มาร์ค เมลลีย์ และผู้อำนวยการสร้างฯ เบลล์ เอเวอรี่ เล่าว่า “มาร์คน่าทึ่งมาก ในการออกแบบฉากผาดโผนให้เจสัน สตาแธมและอู จิงขึ้นมา ฉันคิดว่าทุกคนจะได้เห็นอะไรในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เจสันขี่เจ๊กสกี ส่วนอู จิงอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ มันน่าทึ่งและตื่นเต้นมากค่ะ”

 

The Meg 2 : The Trench ในฉบับหนังสือเป็นเหตุการณ์หลังจบภาคแรกไม่กี่ปี โดยมีตัวละครหลักคือ โจนัส เทย์เลอร์ เหมือนเดิม เขากำลังทำการวิจัย ลูกฉลามเมกาโลดอน ที่ถูกนำมากักไว้เพื่อวิจัย ในขณะที่ทีมวิจัยคนอื่นกลับออกไปสำรวจร่องมหาสมุทรมาเรียนน่าซึ่งเป็นที่ที่พวกเขาพบกับเมกาโลดอนเป็นครั้งแรก ที่นั่นทีมวิจัยสำรวจพบกับสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์อีกตัวหนึ่งคือ โครโนซอรัส สัตว์เลื้อยคลานในทะเลขนาดใหญ่ที่วิวัฒนาการมาเพื่อล่าสัตว์ซึ่งมันอาศัยอยู่ในร่องน้ำมรณะแห่งนี้ ทีมวิจัยและ โจนัสจะต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ดึกดำบรรพ์ตัวโหดตัวใหม่ รวมถึงการกลับมาของเมกาโลดอนด้วย

The Meg 2: The Trench หรือ เม็ก 2: อภิมหาโคตรหลาม ร่องนรก มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 2 สิงหาคม ที่จะถึงนี้

 

สำหรับแฟนหนังเมเจอร์ ห้ามพลาดกับบัตรดูหนังสุดคุ้ม M PASS ที่จะทำให้คุณคุ้มเต็มอิ่มกับการดูหนังตลอดทั้งปี เตรียมไปมันส์กับกองทัพหนังดังมากมาย สมัครง่ายๆเพียงแค่คลิก ที่นี่ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง