HIGHLIGHT CONTENT

สำรวจความสัมพันธ์ระหว่าง อโดนิส และ เดเมี่ยน ก่อนที่สองพี่น้องต้องมาแลกหมัดกันใน Creed III

  • 822
  • 28 ก.พ. 2023

สำรวจความสัมพันธ์ระหว่าง อโดนิส และ เดเมี่ยน ก่อนที่สองพี่น้องต้องมาแลกหมัดกันใน Creed III

 

 

แม้เขาจะคิดว่าอยู่นอกสังเวียนแล้ว แต่ยังคงให้การสนับสนุนนักสู้รุ่นใหม่ อดีตของเขากลับมาหลอกหลอนและทำให้เขาต้องคิดทบทวนทางเลือกตัวเองใหม่

เดเมียน แอนเดอร์สัน หรือ เดม ตัวละครของโจนาธาน เมเยอร์สคือเพื่อนของอโดนิสตอนเด็ก และเหมือนปีศาจจากอดีตที่กลับมาทวงอะไรหลายอย่าง เมื่อเขาพูดกับอโดนิสว่าเขาเก่งที่สุดแค่ไม่มีโอกาสแสดงฝีมือ มันไม่ใช่แค่การรื้อฟื้นอดีตหวนกลับมา 

“เมื่อทุกคนได้ดูหนังจะเห็นว่าในเรื่องเกี่ยวกับคน 2 คนที่เคยรักกัน พยายามหาทางกลับมาติดต่อกัน แต่มีคนหนึ่งที่ทำอะไรเกินไปหน่อย” เมเยอร์สกล่าว เขามองย้อนไปที่อดีตระหว่างพวกเขาและเล่าว่า “เพราะสังคมที่พวกเขาเคยอยู่ เพราะหลายสิ่งที่พวกเขาทำร่วมกันเหมือนเป็นพี่น้องที่รักกัน สิ่งที่ทำให้พวกเขาเดินทางไปไกลเหนือสังคมความจน การอยู่ในสถานเลี้ยงเด็ก คือความฝันที่มีร่วมกันเรื่องชกมย นั่นคือใบเบิกทางของพวกเขา” 

“เดเมียนเป็นนักสู้ที่เข้มแข็งและอายุมากกว่า เขาสอนนักชกรุ่นน้องที่รักกันเหมือนพี่น้องให้รู้จักการต่อสู้ โดยเฉพาะการเอาตัวรอดโดยไม่เคยทอดทิ้งเขา” เมเยอร์เล่าต่อ “ตอนอยู่ในคุก เดมยังคงสานสัมพันธ์ที่มีต่ออโดนิสโดยการเฝ้าดูเขาโชว์ฝีมือ ดูเขาได้รับชัยชนะ และได้ทำตามความฝันที่พวกเขามีร่มกัน แต่มันก็สร้างความเคืองใจให้เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน” 

จอร์แดนสังเกตว่า “โจนาธาน เมเยอร์สเป็นนักแสดงที่น่าทึ่งและไม่ธรรมดา เขาอยู่ในฉากและผมบอกเขาว่าเขาดูน่าทึ่งขนาดไหน  เราเคยเจอกันมาก่อนและมีการพูดคุยกัน เขาเริ่มอินกับัวละครทันทีและพร้อมถ่ายทอดทุกอย่างออกมา นี่คือตัวละครที่เราไม่เคยเห็นเขาแสดงมาก่อน” 

การร่วมงานกับเมเยอร์สเต็มไปด้วยความเป็นมืออาชีพ ทั้งในด้านชีวิตจริงและชีวิตการแสดง “ผมอยากสร้างความผูกพันทั้งในและนอกจอ โจนาธานเป็นคนที่ผมมองว่าเขาเป็นเพื่อนที่ดี โดยเฉพาะหลังจากถ่ายทำเรื่อง ‘Creed III’ พอเราผ่านการถ่ายหนังแนวนี้ร่วมกัน เราจะผูกพันกันในชีวิตจริงขึ้นมา”

“การพูดคุยกันระหว่างไมค์กับฉันในฉาก รวมถึงทั้งก่อนและระหว่างการถ่ายทำไม่ต่างกับที่เดเมียนพูดคุยกับอโดนิสเลย มีเรื่องชีวิตที่เปลี่ยนแปลงในฐานะนักแสดง และช่วยการเยียวยาความรู้สึกได้ทั้งในฐานะนักแสดงและมนุษย์คนหนึ่ง” เมเยอร์สกล่าว

ในแง่ของร่างกายภายนอกคือหนึ่งในหลายสิ่งที่เมเยอร์สพบความน่าสนใจในการรับบทเดเมียน “ผมไม่เคยรับบทที่เคยต้องใช้ร่างกายอย่างเต็มที่เหมือนเดมแสดงออกมาเลยครับ เราจะเรียนรู้ได้จากภาษากายของเขาและลักษณะการเคลื่อนไหวของเขา” เมเยอร์สกล่าว

“ผมเคยเป็นนักกีฬามาตลอด ผมเคยเล่นฟุตบอล บาสเก็ตบอล วิ่งทั่วประเทศ ผมมีเพื่อนคนหนึ่งที่โตมาในเท็กซัสด้วยกัน เขาเคยเป็นนักมวย ผมเฝ้าดูเขาและพยายามเลียนแบบที่เขาทำ เขาคือของจริง เป็นคู่ต่อสู้ระดับโกลเดนท์โกลฟส์ ผมตามเขาไปที่โรงยิมและลองทำดูบ้าง ผมคิดว่า ‘นายแน่จริง’ จนกระทั่งหลายปีต่อมาถึงจุดที่ผมคิดว่า ‘โอ้ ก็ไม่เท่าไหร่นี่!’ แต่พอผมเริ่มฝึกซ้อมเพื่อแสดงหนังเรื่องนี้ และเรียนรู้เรื่องท่าทางการต่อสู้ ได้ร่วมงานกับผู้ควบคุมด้านการแสดงผาดโผนอย่างเคลย์ตัน บาร์เบอร์ ผมได้เรียนรู้อย่างรวดเร็ว เป็นการเรียนรวบรัด และผมก็เข้าถึงอารมณ์อย่างที่ควรจะเป็น”

บาร์เบอร์ยืนยันว่า “โจนาธานคือมนุษย์ทำงานที่หาตัวจับยาก เขาทุ่มเทสุดตัว เขาชกมวยตลอด 8 เดือนก่อนการถ่ายทำไม่หยุด ใช้เวลานานนับชั่วโมงเพื่อทุ่มเทกับงาน สำหรับบทเดเมียนเราต้องการสไตล์ที่มีความโดดเด่น สไตล์ที่ดูแข็งแกร่งอย่างเป็นธรรมชาติ เปรียบเทียบกับคาดิลแล็คชั้นดีได้คือแชมป์ฟีลิกซ์ ชาเวซผู้เป็นนักมวยอาชีพ เดเมียนมาจากการใช้หมัดอย่างหนักหน่งจากแอล.เอ. เขาเคยอยู่ในคุกและได้เรียนรู้เทคนิคบางอย่างมา การกลับมาของเขาครั้งนี้คือจุดที่เขาไม่มีทางถอยได้แล้ว”

บาร์เบอร์ร่วมงานกับจอร์แดนเพื่อคิดค้นการต่อสู้ “สำหรับการออกแบบท่าทาง ไมเคิลได้แรงบันดาลใจจากภาพเคลื่อนไหว พยายามถ่ายทอดออกมาให้ดูเหมือนท่าความรุนแรงอย่างที่นักมวยทำกัน มันเจ๋งมากเพราะการร่วมงานกับนักแสดงและทีมงานของคราเมอร์ ทำให้เราได้ใกล้ชิดกับนวม ได้ปรับเปลี่ยนสปีด และสร้างประสบการณ์ที่ชวนตื่นเต้นให้ผู้ชมได้”

ธอมป์สันเล่าว่า “ตอนที่อโดนิสต้องเผชิญหน้ากับเพื่อนเก่าในสังเวียน เมื่อมันถึงเวลาจริงสิ่งที่สร้างความหนักใจให้เขามากที่สุดคือสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขา: อดีต ซึ่งไบอันก้าอยากแน่ใจว่าอโดนิสมีสมาธิอย่างแน่วแน่ เพื่อที่เขาจะโฟกัสกับสิ่งที่อยู่กับมือ และต่อสู้ได้อย่างสุดกำลัง

“มันเป็นสิ่งที่ผมรู้สึกว่าสร้างแรงบันดาลใจและแรงผลักดันได้จากความรักของอโดนิสและไบอันก้าที่มีร่วมกัน พวกเขาต่างผลักดันกันเพื่อให้เป็นคนที่ดีที่สุด” ธอมป์สันกล่าวต่อ “มันฟังดูธรรมดาเมื่อเราพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ แต่เราไม่ค่อยเห็นต้นแบบจากชีวิตจริงบ่อยนัก ผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่เราต่างตามหากันอยู่”

ครี้ด III หรือ Creed III มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 2 มีนาคม ที่จะถึงนี้

 

สำหรับแฟนหนังเมเจอร์ ห้ามพลาดกับบัตรดูหนังสุดคุ้ม M PASS ที่จะทำให้คุณคุ้มเต็มอิ่มกับการดูหนังตลอดทั้งปี เตรียมไปมันส์กับกองทัพหนังดังมากมาย สมัครง่ายๆเพียงแค่คลิก ที่นี่ 

ครี้ด 3

  • 02 March 2023
  • Adventure / ชีวิต /
  • 116 นาที
15+

ข่าวที่เกี่ยวข้อง