HIGHLIGHT CONTENT

เผยความคิดเบื้องหลัง The Equalizer 3 หรือคราวนี้ศัตรูของ โรเบิร์ต แม็คคอล คือตัวของเขาเอง?

  • 773
  • 08 ก.ย. 2023

เผยความคิดเบื้องหลัง The Equalizer 3

หรือคราวนี้ศัตรูของ โรเบิร์ต แม็คคอล คือตัวของเขาเอง?

 

 

เกี่ยวกับภาพยนตร์

 

โรเบิร์ต แม็คคอลเคยทำเรื่องที่เลวร้ายมากๆ ระหว่างที่เขาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของรัฐบาล และนับตั้งแต่เขาล้างมือจากชีวิตแบบนั้น เขาก็พยายามตั้งค่าศีลธรรมประจำใจตัวเองเสียใหม่ เมื่อเขาใช้ทักษะที่มีในนามของผู้ถูกขับไล่ ถูกทำทารุณ ถูกทำร้าย ถูกเอารัดเอาเปรียบและถูกกดขี่ เขาก็กลายเป็นความหวังสุดท้ายและหนึ่งเดียวในการเรียกคืนความยุติธรรมสำหรับผู้คนมากมายที่ไม่สามารถจะช่วยเหลือตัวเองได้

ใน The Equalizer 3 เรื่องราวได้เดินมาถึงจุดสรุปในที่สุด ในภาคที่สามซึ่งเป็นภาคสุดท้ายของไตรภาคนี้ ทุกอย่างชัดเจนว่าแม้ว่าการทำเพื่อคนที่ต้องการเขาจะทำให้โรเบิร์ต แม็คคอลรู้สึกเหมือนได้รับการปลอบประโลมใจอยู่บ้าง แต่มันก็หมายความว่าเขาเป็นคนที่ชีวิตถูกนิยามด้วยความรุนแรง ซึ่งนั่นไม่สามารถคงอยู่ได้นานหรอก “เขาต้องรับมือกับปีศาจภายในใจตัวเองครับ” เดนเซล วอชิงตัน ผู้กลับมารับบทหนึ่งในบทบาทที่โด่งดังของเขา กล่าว “มันแตกต่างจากสองภาคแรกมากๆ ผมคิดว่ามันมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการไถ่บาปของตัวเขาเองและการปล่อยวางจากอดีตครับ”

“เขากำลังเจอกับการต่อสู้ภายในจิตใจครับ” แอนทวน ฟูควา ผู้กลับมากำกับภาคที่สามของไตรภาคนี้และร่วมงานกับวอชิงตันเป็นครั้งที่ห้า กล่าว “เขาช่วยคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และจัดการทวงคืนความยุติธรรมจากพวกคนชั่ว แต่เขาก็ตั้งคำถามกับตัวเองด้วยว่า นี่เขาทำเกินไปไหม เขามีความสุขกับมันมากเกินไปรึเปล่า เขายังคงทำสิ่งนี้ด้วยเหตุผลที่ถูกต้องไหม น่ะครับ”

 

 

ผู้อำนวยการสร้างท็อดด์ แบล็คและเจสัน บลูเมนธัลกล่าวว่า เหตุผลที่แฟรนไชส์ The Equalizer โดนใจผู้ชมอย่างจังคือมันสอดคล้องกับตัวตนในชีวิตจริงของวอชิงตัน - ไม่นับรวมความรุนแรงน่ะนะ “โรเบิร์ต แม็คคอลสามารถดูแลพวกคนดีๆ ที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้” พวกเขากล่าว “ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เดนเซลเชื่อในเป้าหมายแบบพันธกิจจริงๆ ดูงานของเขาที่ทำกับบอยส์ แอนด์ เกิร์ลส์ คลับสิครับ ผมคิดว่ากับโรเบิร์ต แม็คคอลก็เช่นกัน เขาใช้พลังของตัวเองในการรับใช้คนดี เขาจะทำให้แน่ใจว่าคนดีได้รับความคุ้มครอง ทั้งในฐานะของเดนเซลและโรเบิร์ต แม็คคอล ความสนุกสนานอยู่ที่การไล่ล่าผู้ร้ายครับ เขาจะให้โอกาสพวกเขาในการหยุดสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่ แต่พวกเขาก็ไม่หยุดหรอก ดังนั้น เขาถึงต้องกลายมาเป็นมัจจุราชไร้เงายังไงล่ะครับ”

วอชิงตันกล่าวว่า ปัญหาสำหรับแม็คคอลคือเขาหลงใหลในแนวคิดนั้นมาเกินไป ซึ่งนำมาสู่อันตรายต่อตัวเอง “เขาเริ่มเสพติดกับ ‘ความยุติธรรม’ ที่ว่าและล้ำเส้นไปสู่ความรุนแรงโดยไม่จำเป็นครับ” วอชิงตันกล่าวเสริม “เขาต้องจ่ายค่าตอบแทน และต้องรับมือกับตัวเอง พึ่งพาคนอื่น และตัดวงจรพฤติกรรมของตัวเอง ไม่อย่างนั้น เขาก็ตายแน่ๆ หวังว่าเรื่องนั้นจะทำให้เขาได้พบกับความสงบสุขนะครับ”

“สิ่งที่ผมอยากจะสำรวจคือชายที่กำลังจะทำอะไรบางอย่าง” ฟูควากล่าวต่อ “แม็คคอลกำลังอยู่ระหว่างการตั้งคำถามที่ว่า เขายังต้องใช้ชีวิตเพื่ออะไรอีก ภรรยาของเขาจากไปแล้ว ซูซาน พลัมเมอร์ (เมลิสซา ลีโอ) ไม่อยู่แล้ว ดูเหมือนว่าเขากำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่เขาก็ถูกลงโทษอยู่เสมอ ผมก็เลยคิดว่าเขากำลังจะลงมือทำอะไรซักอย่างและเขาก็ต้องคิดว่าเขาจะทำอะไรกับชีวิตเขาดีน่ะครับ”

 

 

The Equalizer 3 นำโรเบิร์ต แม็คคอลไปสู่ต่างประเทศเป็นครั้งแรก “เราวางแผนไว้อยู่แล้วว่าภาคสามจะไปต่างประเทศครับ” มือเขียนบทริชาร์ด เวงค์กล่าว “ผมไม่เคยไปอิตาลีมาก่อน แต่ผมรู้ว่าเดนเซลไปที่นั่นบ่อย ดังนั้น ระหว่างช่วงโควิดระบาด ผมก็ค้นคว้าข้อมูลใหญ่เลย ผมคิดว่าอิตาลีน่าจะเป็นที่ที่แม็คคอลจะค้นพบที่ทางของตัวเองน่ะครับ”

“เขามาที่หมู่บ้านอิตาเลียนเล็กๆ ในอามัลฟีเพื่อหาความสงบสุข และเขาก็พบมัน” ผู้อำนวยการสร้างท็อดด์ แบล็คและเจสัน บลูเมนธัลกล่าวอธิบาย “เขารักผู้คนที่นั่นและรักความเงียบสงบของมัน แต่แล้วเขาก็เห็นว่าสิ่งต่างๆ ผิดเพี้ยนไปเพราะพวกมาเฟียน่ะครับ”

แนวคิดของการที่โรเบิร์ต แม็คคอลปะทะมาเฟียนั้นเริ่มต้นขึ้นจากเวงค์ อย่างที่แบล็คและบลูเมนธัลอธิบายว่า แนวทางที่มาเฟียทำงานในเมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ของอิตาลีเข้ากันได้อย่างลงตัวกับฮีโรจำเป็นที่รู้ว่าเขาจะต้องเสียสละความสงบสุขของตัวเองเพื่อคนที่เขาห่วงใย “คนอเมริกันรู้จักมาเฟียจากหนังครับ แต่มาเฟียในอิตาลีไม่ได้เหมือนแก๊งอาชญากรรมที่เราเห็นในหนัง พวกเขาเป็นคนกลุ่มเล็กๆ ที่ยึดครองหมู่บ้านเล็กๆ ครับ” แบล็คและบลูเมนธัลกล่าว “ตอนที่ริชาร์ดคิดแนวคิดของการที่มาเฟียมาบุกรุกเมืองเล็กๆ แห่งนี้ขึ้นมา มันก็เหมาะกันดีกับเรื่องราวของโรเบิร์ต แม็คคอล เขาจะไม่ปล่อยให้อะไรมารบกวนความสงบสุขของเขาและคนของเขาหรอกครับ ดังนั้น ก็เลยเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เขาจำเป็นต้องกลับไปเป็นมัจจุราชไร้เงาอีกครั้งหนึ่งครับ”

 

 

Equalizer 3 ทำให้แอนทวน ฟูควาเทียบเท่ากับโทนี สก็อตผู้ล่วงลับ ในการเป็นผู้ร่วมงานกับวอชิงตันบ่อยที่สุด ด้วยผลงานภาพยนตร์ห้าเรื่อง วอชิงตันกล่าวว่า มีหลายเหตุผลที่ทำให้เขาตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานกับฟูควาอีกครั้ง “ความเป็นผู้ใหญ่ทางจิตวิญญาณของเขา การร่วมมือของเขา ความถ่อมตัวของเขา สายตาของเขา” นักแสดงหนุ่มกล่าว “ไม่เคยมีข้อกังขาเลยเกี่ยวกับพรสวรรค์และประสบการณ์ของเขา เราเป็นพี่น้องกันครับ ผมเชื่อใจเขาสนิทเลยและเขาก็ไว้วางใจผม ผมตื่นเต้นกับอนาคตของเขา ว่าเขาจะไปลึกและสูงแค่ไหน ซึ่งผมไม่ได้พูดถึงเรื่องหนังนะครับ”

ฟูควาเองก็กล่าวชื่นชมเขาเช่นกัน “เดนเซลทำให้ผมประหลาดใจอยู่เรื่อยเพราะสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปครับ เขาเป็นเหมือนนักกีฬาเลย” เขากล่าว “ถ้าไมเคิล จอร์แดนแข่งกับเซลติกส์ มันก็เป็นเกมแบบหนึ่ง ถ้าเขาแข่งกับเลคเกอร์ส นั่นก็เป็นเกมอีกแบบหนึ่ง ไม่ว่าเดนเซลจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหน เขาก็จะสวมบทเป็นตัวละครนั้นๆ อย่างแนบเนียน จนบางครั้งผมก็จะเกิดสงสัยขึ้นมาว่า ‘เขาจะทำอะไรต่อไปนะ’ น่ะครับ”

ตามที่ฟูควาเล่า การได้เห็นวอชิงตัน “สวมบทบาท” ตัวละครของเขาเป็นประสบการณ์ที่พิเศษสุด “ผมจะไปหาเดนเซลเพื่อมอบบันทึกให้เขาเกี่ยวกับบางสิ่งที่เขาทำ แล้วเขาก็จะถามว่า ‘ผมทำอะไรไป ผมพูดอะไรไป’ เพราะเขาลืมตัวเองไปเลยในชั่วขณะนั้น ผมก็เลยบอกนักแสดงคนอื่นๆ ว่าพวกเขาก็ต้องทำแบบเดียวกับเดนเซล สัญชาตญาณของคุณจะต้องถูกปลุกเร้าและคุณก็จะต้องตั้งใจฟังจริงๆ คุณไม่สามารถเข้ามาพร้อมกับแนวคิดที่มีมาก่อนได้ เพราะมันจะใช้การไม่ได้ครับ มันก็เหมือนกับการเต้นรำ เดนเซลจะยึดติดกับเจตนารมย์ของฉากนั้นๆ แต่คุณจะต้องเคลื่อนไหวไปพร้อมกับเขาครับ”

The Equalizer 3 หรือ มัจจุราชไร้เงา 3 มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 14 กันยายน ที่จะถึงนี้

 

สำหรับแฟนหนังเมเจอร์ ห้ามพลาดกับบัตรดูหนังสุดคุ้ม M PASS ที่จะทำให้คุณคุ้มเต็มอิ่มกับการดูหนังตลอดทั้งปี เตรียมไปมันส์กับกองทัพหนังดังมากมาย สมัครง่ายๆเพียงแค่คลิก ที่นี่ 

​​​​​​

มัจจุราชไร้เงา III ปิดตำนานนักฆ่าจับเวลาตาย

  • 14 September 2023
  • Adventure / แอ็คชัน / อาชญากรรม / ระทึกขวัญ /
  • 109 นาที
15+

ข่าวที่เกี่ยวข้อง